เตรียมจ่ายภาษี 2567 เรื่องนี้ต้องรู้! รายได้เท่านี้ เสียภาษีเท่าไหร่
อัปเดตเมื่อ 26 พ.ย. 2567
เมื่อเข้าสู่ปีใหม่ คำถามที่หลายคนมักจะสงสัยคือ "ปีนี้จะต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่?" เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นเป็นภาระที่หลายคนต้องคำนึงถึงทุกปี โดยเฉพาะหากเรามีรายได้เพิ่มขึ้นหรือมีแหล่งรายได้ใหม่ๆ ก็อาจทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายสูงขึ้นไปด้วย วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการคำนวณภาษีในปี 2567 และการเตรียมตัวให้พร้อมในการยื่นภาษี พวกเราเพจ เล้าเป้งง้วน connect เลยเตรียมบทความดีๆในหัวข้อ "เตรียมจ่ายภาษี 2567 เรื่องนี้ต้องรู้! รายได้เท่านี้ เสียภาษีเท่าไหร่"

1. ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือภาษีที่คนทำงาน หรือผู้ที่มีรายได้จากแหล่งต่างๆ ต้องเสียตามอัตราที่รัฐบาลกำหนด โดยจะมีการคำนวณจาก "รายได้สุทธิ" ที่ได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันตามระดับรายได้ นอกจากนี้ ยังมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภาษีที่หักจากเงินเดือนหรือรายได้ก่อนที่จะได้รับ) ซึ่งจะต้องนำมาคำนวณร่วมกันเมื่อยื่นภาษีประจำปี
2. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2567
ในปี 2567 ระบบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังคงเป็นแบบขั้นบันได (progressive tax rate) ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีรายได้มาก ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยมีอัตราภาษีที่แตกต่างกันดังนี้:

จากตารางข้างต้น หากคุณมีรายได้สุทธิต่ำกว่า 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่มีภาษีต้องจ่าย) แต่หากรายได้ของคุณสูงขึ้นก็จะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามขั้นบันได
3. การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังต้องนำค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ มาหักออกจากรายได้ก่อนที่จะคำนวณภาษี เช่น:
ค่าลดหย่อนส่วนตัว: ผู้ที่มีรายได้จะได้รับการลดหย่อนภาษีตามจำนวนคนในครอบครัว และค่าลดหย่อนส่วนตัวที่รัฐบาลกำหนด
ค่าลดหย่อนบุตร: สำหรับผู้ที่มีบุตรจะสามารถขอลดหย่อนภาษีได้
ค่าลดหย่อนการศึกษาของบุตร: หากบุตรยังเรียนอยู่ สามารถลดหย่อนค่าการศึกษาของบุตรได้
ค่าลดหย่อนประกันชีวิต: สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายประกันชีวิต
4. ตัวอย่างการคำนวณภาษี
สมมุติว่าคุณมีรายได้สุทธิ 800,000 บาท และไม่มีรายจ่ายหรือค่าลดหย่อนอื่นๆ นอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัว ดังนี้:
รายได้สุทธิ: 800,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000 บาท): 800,000 - 60,000 = 740,000 บาท
คำนวณภาษี:
150,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี
150,000 - 300,000 บาท ถ้าหักค่าใช้จ่ายเป็น 5% = 5% x 50,000 = 2,500 บาท
300,000 - 500,000 บาท ถ้าหักค่าใช้จ่ายเป็น 10% = 10% x 100,000 = 10,000 บาท
500,000 - 740,000 บาท ถ้าหักค่าใช้จ่ายเป็น 15% = 15% x 240,000 = 36,000 บาท
ดังนั้นภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมดจะเป็น 2,500 + 10,000 + 36,000 = 48,500 บาท
5. การเตรียมตัวสำหรับการยื่นภาษี
หากคุณเป็นพนักงานบริษัท การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน โดยบริษัทจะส่งให้กับกรมสรรพากรอยู่แล้ว แต่หากคุณเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือมีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ การยื่นภาษีอาจจะซับซ้อนกว่า ควรเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น รายได้จากการทำงาน ธุรกิจส่วนตัว ค่าใช้จ่ายที่สามารถหักลดหย่อนได้ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
6. ข้อแนะนำในการลดภาษี
หากคุณอยากลดภาษีที่ต้องจ่ายในปี 2567 คุณสามารถพิจารณาการใช้วิธีต่างๆ เช่น การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), การประกันชีวิตที่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้, หรือการสะสมเงินในกองทุนเพื่อการศึกษา หรือการรักษาพยาบาล
7. สรุป
การเตรียมตัวเพื่อจ่ายภาษีในปี 2567 ไม่ได้ยากเกินไป หากคุณมีการวางแผนและเข้าใจวิธีคำนวณภาษี รวมถึงการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อให้สามารถคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างแม่นยำ หากคุณยังไม่มั่นใจในการคำนวณภาษี หรือมีคำถามเพิ่มเติม อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษี เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ผิดพลาด.
💁🏻♀️ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลองคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตัวเอง มารวมตัวกันที่นี่ได้เลย วันนี้ติดโปรได้ลองคำนวณภาษีตามฐานเงินเดือนมาให้แล้ว ใครต้องเสียเท่าไหร่ แล้วมีอะไรลดหย่อนเพิ่มได้บ้าง รีบวางแผนกันได้เลย





https://thoitiethomnay.org/ Lúc đầu mình cũng hơi lăn tăn không biết mở ra có mất thời gian không, kiểu sợ toàn chữ với quảng cáo linh tinh, mà vào thử thì lại thấy khá dễ chịu, trang thoáng nên liếc cái là bắt được ngay mấy số quan trọng; đang hiện nhiệt độ 30°C và có luôn “cảm giác như” để biết hôm nay oi cỡ nào, nên khỏi phải đoán. Mình hay xem nhanh rồi thoát. Cần coi tỉnh nào thì chọn cũng tiện. Không phải mò menu. Cái hay là dữ liệu thay đổi trong ngày nên quay lại vẫn thấy khác. Chữ nghĩa ngắn gọn. Nhìn không bị rối. Cuối trang còn chia thành mấy khối nội dung…
https://keonhacai.cam/ lúc mở lên mình cũng hơi ngại, sợ kiểu trang rối rắm hoặc nhảy lung tung như nhiều chỗ khác. Nhưng lướt một vòng thì thấy giao diện khá dễ chịu, bố cục nhìn phát hiểu ngay chỗ nào là nội dung chính, chỗ nào là phần phụ, không phải căng mắt tìm. Mình thích cái cách họ chia mọi thứ thành từng khối rõ ràng, nên cuộn xuống cũng không bị mất phương hướng. Menu đặt ở vị trí dễ thấy nên chuyển qua lại khá nhanh, bấm là sang luôn chứ không phải đợi lâu. Mà màu sắc cũng vừa phải, không bị lòe loẹt nên đọc đỡ mỏi. Nhìn chung dùng vài phút là quen tay,…
Bài viết này trình bày ngắn gọn mà đủ ý nên mình đọc cái là nắm được ngay, cảm ơn bạn đã chịu khó chia sẻ. Mình thì có thói quen ngày nào cũng xem thống kê XSMB để tiện theo dõi, nhưng hồi trước cứ phải nhảy qua lại nhiều chỗ khác nhau nên mất thời gian lắm. Dạo gần đây mình thử xem thêm ở https://soicau247.com/soi-cau-xsmn.html rồi mới ngồi tổng hợp lại theo kiểu mình dễ nhìn hơn, vì mình thích dữ liệu được cập nhật theo ngày để đối chiếu nhanh. Từ đó mình tự ghi chú lại những mục hay xem và gom vào một trang riêng để lúc cần mở ra là thấy ngay, khỏi…